การจดทะเบียนสมรส

 

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในอาณาเขต 10 รัฐ ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ดูแลอยู่ได้แก่ New York, Connecticut, Maine, Massachusetts, New Hampshire, New Jersey, Ohio, Pennsylvania, Rhode Island, Vermont

การจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

ภายใต้กฏหมายไทย

1. การรับจดทะเบียนสมรส

            1.1 บุคคลสัญชาติไทยที่พำนักในต่างประเทศ และประสงค์จะจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยสามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสได้ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยซึ่งเป็นนายทะเบียนราษฎรในต่างประเทศซึ่งมีเขตรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายแตกต่างกัน

            1.2 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์กเป็นนายทะเบียนราษฎรสำหรับผู้ที่พำนักในรัฐเขตอาณา 10 รัฐดังต่อไปนี้ โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก คอนเนทิคัต โรดไอแลนด์ แมสซาชูเซตส์ เวอร์มอนต์ เมน นิวแฮมป์เชอร์

            1.3 ก่อนที่จะมาจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายไทย หากคู่ชายและหญิงได้จดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการสมรสนั้นได้ทำในประเทศสหรัฐฯ แล้ว ถือว่าเป็นการสมรสที่สมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมายไทยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นไปตามนัยมาตรา 1459 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

            อย่างไรก็ดี ควรนำเอกสารรับรองการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายท้องถิ่นนั้น ต้องไปผ่านการรับรองจาก the Office of Authentications, U.S. Department of State ก่อน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าภาษาอังกฤษ Legalization) แล้วหลังจากนั้นต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำมารับรองเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในการยืนยันการขอเปลี่ยนแปลงคำนำหน้าชื่อ นามสกุลกับสำนักงานเขต/อำเภอ/เทศบาลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เนื่องจากการขอเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้

           1.4 สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถรับจดทะเบียนสมรสหรือรับรองเอกสารที่เป็นคำแปลภาษาไทยแก่ผู้ร้องที่จดทะเบียนสมรสชายกับชาย/หญิงกับหญิงได้เนื่องจากกฎหมายไทยยังไม่รับรองการจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน

 

2. คุณสมบัติของผู้มาจดทะเบียน

            2.1 ผู้มาจดทะเบียนต้องเป็นคู่ชายและหญิง (เนื่องจากกฎหมายไทยยังไม่มีการรองรับการจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน)   

            2.2 ชายและหญิงต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และไม่อยู่ในระหว่างการสมรสกับผู้อื่น

            2.3 ชายและหญิงเป็นคนถือสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไทยและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนต่างชาติ

            2.4 หากคู่สมรสฝ่ายชายไม่ได้มีสัญชาติไทย ฝ่ายชายจะต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสด

            2.5 หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นข้าราชการไทย หรือเป็นนักเรียนในความดูแลของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา หรือของสำนักงานอื่นของส่วนราชการไทยจะต้องยื่นหนังสืออนุมัติให้จดทะเบียนสมรสจากสำนักงานต้นสังกัดมาแสดง

            2.6 หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน ฝ่ายที่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนแล้วจต้องมีใบสำคัญการหย่ามาแสดง

            2.7 หากฝ่ายหญิงเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน โดยได้หย่าขาดจากคู่สมรสเดิมแล้ว (1) จะต้องเปลี่ยนชื่อสกุลเดิมก่อนสมรสในหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎร ก่อนจะจดทะเบียนสมรสใหม่ทะเบียนสมรสใหม่ ซึ่งบังคับใช้กับคนที่จดทะเบียนสมรสต่อวันที่ 5 มิถุนายน 2546 (2) จะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่ได้คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือมีใบรับรองแพทย์รับรองว่าไม่ได้มีครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลไทยให้สมรสได้     

            2.8 ผู้มาจดทะเบียนทั้งสองฝ่ายต้องมาจดทะเบียนสมรสด้วยตนเอง ต่อหน้านายทะเบียน พร้อมพยาน 2 คน (ไม่สามารถจดทะเบียนทางไปรษณีย์ได้)

 

3. คำนำหน้าชื่อหญิงไทยหลังการสมรส

            หญิงไทยที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะสามารถใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมาย (เจ้าหน้าที่กงสุล) ทั้งนี้ เป็นไปตามความในพระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับย้อนหลังไปถึงหญิงทุกคนที่จดทะเบียนสมรสก่อนวันที่พระราชบัญญัติฯ มีผลบังคับใช้ โดยนายทะเบียนจะบันทึกเพิ่มเติมในหน้าบันทึกของทะเบียนสมรสระบุว่า ฝ่ายหญิงมีความประสงค์จะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว”

 

4. การใช้ชื่อสกุลหลังการสมรส

            การใช้ชื่อสกุลหลังการสมรสเป็นไปตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2548 ดังนี้

            (1) คู่สมรสสามารถใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นชื่อรองได้เมื่อได้รับความยินยอมจากฝ่ายนั้นแล้ว (ไม่สามารถควบชื่อสกุลทั้งสองเข้าด้วยกันได้)

            (2) คู่สมรสมีสิทธ์ใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตนได้ การ    ตกลงดังกล่าวนี้จะกระทำเมื่อมีการสมรสหรือในระหว่างสมรสก็ได้ และคู่สมรสจะตกลงเปลี่ยนแปลงข้อความในวรรคหนึ่งภายหลังก็ได้

            (3) เมื่อการสมรสสิ้นสุดลงด้วยการหย่า หรือศาลพิพาษาให้เพิกถอนการสมรส ให้ฝ่ายที่ใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมของตน

            (4) เมื่อการสมรสสิ้นสุดด้วยความตาย ให้ฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิใช้ชื่อสกุลนั้นต่อไปได้ แต่เมื่อจะสมรสใหม่ ให้กลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมของตน

     

5. ข้อควรปฏิบัติภายหลังการจดทะเบียนสมรสแล้ว

            ฝ่ายหญิงควรแก้ไขคำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล (การแก้ไขรายการบุคคล) ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ปรับปรุงแล้วในโอกาสต่อไป

            เจ้าตัวจะต้องนำเอกสารยืนยันการจดทะเบียนสมรสไปประกอบการยื่นคำร้องขอแก้ไขที่สำนักงานเขต/อำเภอ/เทศบาล หากไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับไปดำเนินการที่ไทยด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะดำเนินการแทนได้ โดยให้มาทำหนังสือมอบอำนาจด้วยตนเองที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากเว็บไซต์นี้ 

               

********************

หลักฐานเอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้

 

1. คำร้องนิติกรณ์ (ดาว์นโหลดแบบฟอร์มได้จากไฟล์ด้านล่าง)

คำร้องนิติกรณ์
คำร้องนิติกรณ์.pdf
Adobe Acrobat document [286.1 KB]

2. คำร้องขอจดทะเบียนสมรส แบบฟอร์มทะเบียนสมรส (ดาว์นโหลดแบบฟอร์มได้จากไฟล์ด้านล่าง)

คำร้องขอจดทะเบียนสมรส แบบฟอร์มทะเบียน คำร้องการใช้ชื่อสกุล
คำร้องขอจดทะเบียนสมรส ทะเบียนสมรส ตกลงกา[...]
Adobe Acrobat document [651.8 KB]
คำร้องขอจดทะเบียนสมรส
คำร้องขอจดทะเบียนสมรส.jpg
JPG image [514.0 KB]
แบบฟอร์มทะเบียนสมรส
ทะเบียนสมรส.jpg
JPG image [506.6 KB]

3. หนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล (กรณีที่ต้องการใช้นามสกุลของฝ่ายชาย) (ดาว์นโหลดแบบฟอร์มได้จากไฟล์ด้านล่าง)

หนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล
หนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล.jpg
JPG image [500.6 KB]

4. บัตรประชาชนไทยและหนังสือเดินทางไทยของฝ่ายที่มีสัญชาติไทย และ Identification Card และ Passport ของคู่สมรสที่เป็นคนต่างชาติ พร้อมทำสำเนาอย่างละ 1 ชุด

 

5. กรณีที่คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติจะต้องมีหนังสือรับรองความเป็นโสดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

 

6. ต้นฉบับทะเบียนหย่า พร้อมสำเนา จำนวน 1 ชุด (ในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือ ทั้งสองฝ่ายเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนและได้หย่าขาดแล้ว)

 

7. ใบรับรองแพทย์ระบุว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ (กรณีฝ่ายหญิงหย่าขาดมาน้อยกว่า 310 วัน ณ วันที่ยื่นขอจดทะเบียนสมรสใหม่)

 

8. ใบเปลี่ยนชื่อและ/หรือนามสกุล (ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลง) พร้อมสำเนาจำนวน 1 ชุด

 

9. คู่สมรสจะต้องนำพยานบุคคลจำนวน 2 ราย (เป็นคนไทยและต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนไทยมาเป็นหลักฐานด้วย) เพื่อเซ็นชื่อเป็นพยานในวันสมรส

 

10. เมื่อเอกสารทุกอย่างครบถ้วน กรุณาสแกนหรือถ่ายรูปเอกสารทุกอย่างส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนที่ e-mail: yong@thaicgny.com

 

11. เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งต่อท่านว่าเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงลงทะเบียนจองคิวเข้ารับบริการจดทะเบียนสมรสกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่ Tel.212-754-1770 ext. 301

 

12. "หากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือกรอกคำร้องไม่ถูกต้องภายใน 2 สัปดาห์ (15 วัน) สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการยื่นตรวจเอกสารของท่าน โดยท่านจะต้องส่งเอกสารทั้งหมดมาให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบใหม่ และในขั้นตอนนี้จะเป็นเพียงการตรวจสอบเอกสารเท่านั้น มิใช่การยื่นเรื่องเพื่อขอดำเนินการจดทะเบียนสมรสแต่อย่างใด"

 

13. ไม่มีค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

ผู้ร้องต้องลงทะเบียนจองคิว

กับทางเจ้าหน้าที่โดยตรงเท่านั้น

ผู้ที่ต้องการจองคิวเพื่อขอจดทะเบียนสมรส  

ท่านที่ประสงค์จะรับบริการงานทะเบียนราษฎร (การแจ้งเกิด การแจ้งตาย การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนหย่า ฯลฯ) โปรดติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการส่งเอกสารให้ตรวจก่อนที่จะทำการจองคิวที่ email : yong@thaicgny.com 

 

เมื่อท่านได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าเอกสารครบถ้วนถูกต้องและสามารถเดินทางเข้ามายื่นเอกสารตัวจริงที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ก็สามารถโทรนัดวันโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถจองคิวยื่นเรื่องได้เฉพาะใน วันอังคาร และ วันพฤหัส เท่านั้น (เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะต้องทำงานด้านนิติกรณ์ในวันพุธและวันศุกร์)

 

นัดคิวเข้ารับบริการงานทะเบียนราษฎรกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่ Tel.212-754-1770 ext. 301

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนราษฎร

Tel. 212-754-1770 ext. 301 

(ในวันและเวลาทำการของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก)

หรือ e-mail: yong@thaicgny.com

สายด่วนเพื่อคนไทย เช่น    โดนทำร้าย ตกเครื่องฯ ถูกจับ ฯลฯ  (นอกเวลาราชการ)

โทร. ๖๔๖-๘๔๒-๐๘๖๔

 

รายละเอียดเกี่ยวกับมาตราการ การเดินทางไปประเทศไทย Entry Schemes for Entering Thailand...คลิกที่นี่

APEC 2022 THAILAND

If you have any inquiry about the Thai E-Visa, please call 212-754-1770 ext. 303 during business hours, 

Mon-Fri 10.00 am-12.00 pm

and 1.00 pm-3.30 pm 

Thai E-VISA...Click here

Directory of Thai Businesses and Associations in NY and nearby areas...Click!

Office Hours

Monday - Friday

10.00 am - 12.00 pm and

1.00 pm - 3.30 pm

กด Following เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร จากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ก่อนใคร และสามารถฝากข้อความที่ต้องการติดต่อสอบถามได้ที่ ช่องทาง Message ของ Facebook ...คลิกที่ปุ่มด้านล่าง 

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

.

Print | Sitemap
© thaiconsulnewyork.com

Call

E-mail

Directions